โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งศาลา ตำบล ป่าหวาย อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 720067

โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

นางสาวศิริพร วิริยะวิชาชาญ
ผู้อำนวยการ
โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

Previous
Next

ประวัติ โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เริ่มก่อตั้งเมื่อ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๑๐ เป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อาคารหลังแรกเป็นอาคารแบบ ป.๑ ก. กึ่งถาวร ๑ หลัง จำนวน ๓ ห้องเรียน เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้น ป.๑ –ป.๓ ต่อมาย้ายมาอยู่ทางเหนือ

ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โรงเรียนเซนต์คาเบรียลมาจัดสร้างอาคารแบบ ป.๑ ก. จำนวน ๖ ห้องเรียน ๑ หลังปัจจุบันอาคารหลังนี้รื้อถอนแล้ว ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้สร้างอาคารเพิ่มอีก ๑ หลัง พ.ศ.๒๕๒๕ สร้างโรงอาหารให้ ๑ หลัง

ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ทางกองกำกับตำรวจตระเวนชายแดน เขต ๗ ได้มอบโอนโรงเรียนให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๕

ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับงบประมาณจัดสรรก่อสร้าง อาคารอเนกประสงค์ แบบ สปช. ๓๐๓ /๒๖

จำนวน ๑ หลัง และบ้านพักครูแบบ สปช.๒๐๒/๒๖ จำนวน ๑ หลัง จำนวน ๒ หน่วย

ปีงบประมาณ ๒๕๔๘ ได้รับงบประมาณจัดสรรก่อสร้าง อาคารเรียนแบบ สปช. ๑๐๕/๒๙ จำนวน ๑ หลัง ๘ ห้องเรียน พร้อม

ส้วมแบบ สปช. ๖๐๑/๒๖ จำนวน ๑ หลัง ๔ ที่

ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้รับบริจาคงบประมาณในการก่อสร้าง อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แบบสร้างเอง จำนวน ๑ หลัง

ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ได้รับจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง อาคารเรียนสำหรับอนุบาล แบบ สปช.๑๐๕/๒๖ ขนาด ๑ ชั้น ๓ ห้องเรียน

ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ได้รับงบประมาณจัดสรรในการก่อสร้าง ส้วม แบบ สปช.๖๐๔/๔๕ จำนวน ๑ หลัง

โรงเรียนเปิดทำการสอน ตั้งแต่ระดับ ชั้นอนุบาล ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยมี นางสาวศิริพร วิริยะวิชาชาญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

วิสัยทัศน์ของ โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

โรงเรียนบ้านทุ่งศาลาเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติ ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม

เน้นการส่งเสริมสุขภาพกายและจิต อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้วิถีชีวิตตามแนวความคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาของโรงเรียน

การจัดการศึกษา โดยยึดนักเรียนเป็นสำคัญ มุ่งพัฒนาความรู้ คู่คุณธรรม และพัฒนานักเรียนให้เต็มตามศักยภาพ ส่งเสริมสุขภาพกายและจิต รักษ์สิ่งแวดล้อม มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง

“ เรียนดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม สุขภาพสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม น้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”

พันธกิจ

๑. ส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนมีคุณลักษณะตามมาตรฐานการศึกษา

๒.จัดการเรียนการสอนโดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนได้ฝึกคิดปฏิบัติจริง แสวงหาความรู้ และเรียนรู้ร่วมกันจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

๓. ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์

๔. ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

๕. พัฒนาโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์จัดบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้

๖. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนเห็นคุณค่าสิ่งแวดล้อมและภูมิใจในความเป็นไทย ตามแนวความคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เป้าหมายประสงค์

โรงเรียนบ้านทุ่งศาลามุ่งมั่นพัฒนาให้นักเรียน มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้วิถีชีวิตตามแนวความคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กิจกรรมโรงเรียน
นานาสาระ

เรื่อง 3 วิธีช่วยโลกเริ่มต้นจากตัวคุณ

มีคำกล่าวว่าถ้าเทียบเวลาของโลกตั้งแต่ก่อกำหนดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เทียบกับประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดของมนุษย์จนปัจจุบันจะใช้เวลาเพียงแค่ 1 วินาทีเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าแค่เวลาเพียงวินาทีเดียวที่มนุษย์ได้เกิดมาตามธรรมชาติ โลกได้สูญเสียทรัพยากรไปมหาศาลและมนุษย์ยังปล่อยมลพิษมากมายทำลายโลกนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งกว่าเราจะรู้ตัวก็เมื่อพิษนั้นมันร้ายแรงจนเกิดผลกระทบต่อเรา และอะไรหลายๆอย่างใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว แม้เราจะใช้เวลาทำลายสิ่งแวดล้อมเพียงไม่นาน แต่เวลาฟื้นฟูกลับมานั้น ใช้เวลาที่ยาวนานมาก นั่นหมายความว่าหากต้องการช่วยโลกเราจะต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้เลย บทความนี้ผู้เขียนจึงนำวิธีช่วยโลกที่ทุกคนสามารถทำได้มาฝากกัน

1.ปลูกต้นไม้

มนุษย์เราคงเป็นสัตว์เผ่าพันธุ์เดียวที่สามารถปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าได้ด้วยความตั้งใจ แม้ว่าจำนวนพื้นที่ป่าที่มนุษย์ตั้งใจปลูกอาจแพ้กระรอกที่นำอาหารมาฝังตุนไว้ใต้ดินจนงอกเป็นต้นไม้หลายต้นเพราะความขี้ลืม  การปลูกต้นไม้สักต้นอาจใช้เวลามากถึง 10 ปีหรือ 20 ปี อีกทั้งเรายังไม่มาสามารถดูแลมันได้ตลอดเวลา แม้นี่จะเป็นวิธีที่ได้ผลแน่นอนแต่ก็ต้องแลกกับเวลาที่เสียไป

นอกจากเราจะต้องปลูกเพิ่มแล้ว อีกทางหนึ่งเราต้องช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากการตัดต้นไม้ด้วยเช่นกัน เพราะการตัดต้นไม้ต้นหนึ่งใช้เวลาไม่นานปกติ10 นาทีก็เสร็จแล้ว แต่ต้นไม้กว่าจะโตพอเป็นปอดของโลกได้ใช้เวลาถึง10ปีเลยทีเดียว อีกทั้งสภาพแวดล้อม ณ ตอนนี้ไม่ได้เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของต้นไม้เท่าสมัยก่อนเพราะในอากาศเต็มไปด้วยมลพิษและทางรัฐบาลมีโครงการสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งรุกทำลายผืนป่ามากมาย จึงจำเป็นต้องมีการดูแลและรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง หากคุณเริ่มอยากปลูกต้นไม้แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถปลูกต้นไม้ตรงไหนหรือปลูกต้นอะไรก็ได้ จำต้องศึกษาถึงพื้นที่ และสภาพแวดล้อมเพื่อให้มันเติบโตได้เต็มที่โดยไม่เป็นการบกวนต่อระบบนิเวศเดิมด้วย

2.อนุรักษ์สัตว์ที่มีผลต่อระบบนิเวศ

อันที่จริงเราจำเป็นต้องอนุรักษ์สัตว์ทั้งหมดเลย โดยไม่ต้องมีการแบ่งแยกว่า สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์สงวน สัตว์ชนิดนี้หายากหรือมีจำนวนน้อย ยังไงเราก็จำเป็นต้องปล่อยให้สัตว์เหล่านั้นเป็นไปตามธรรมชาติของมันเอง เพื่อสมดุลของโลกเพราะทุกสิ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยธรรมชาติอย่างชาญฉลาดและมีสมดุลทางระบบนิเวศของมันอยู่แล้ว การอนุรักษ์ธรรมชาติเองก็เป็นการอนุรักษ์สัตว์อีกทางหนึ่ง เพราะการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ดั่งเดิมเท่ากับช่วยปกป้องที่อยู่อาศัยที่หากินของสัตว์ด้วย เมื่อมีที่อยู่อาศัยที่หากินและอากาศบริสุทธิ์สัตว์ทั้งหลายจะไม่สูญพันธุ์ไปเช่นกัน ผู้เขียนคิดว่าสัตว์ทุกตัวมีบทบาทในการช่วยถ่วงดุลระบบนิเวศในตัวมันเอง เราจึงควรอนุรักษ์สัตว์ทุกตัวและพยายามไม่แทรกแซงการดำรงชีวิตของมันจนทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล 

3.ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของคุณไม่ให้เป็นมลพิษต่อโลก

การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่เราจะคิดการใหญ่อย่างช่วยโลกต้องเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือตัวเองก่อน ปัจจุบันเราใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ตามปกติจนอาจไม่ทันสังเกตเห็นว่าเราเองก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการทำลายธรรมชาติ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรของธรรมชาติไม่ใช่เรื่องผิด สัตว์ชนิดอื่น ๆ ก็มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเช่นกัน เพียงแต่พวกมันใช้ในปริมาณที่ไม่มากเกินจำเป็นทำให้ธรรมชาติหมุนเวียนทรัพยากรทัน อีกทั้งไม่ได้ทิ้งสารพิษไว้อย่างมนุษย์

ปัจจุบันการอยู่ร่วมกับธรรมชาติของมนุษย์ย่อมมีการทำลายธรรมชาติเป็นปกติ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและให้ประโยชน์แก่ธรรมชาติบ้าง หากถามว่าเราจะสามารถลดอะไรได้บ้าง ควรเริ่มจากสิ่งง่ายๆอย่างสำรวจตัวเองว่าอะไรบ้างที่เราใช้มันประจำแบบใช้แล้วทิ้งหมดแล้วก็ซื้อใหม่ ซึ่งทั้งที่จริงเราสามารถใช้ซ้ำได้ ยกตัวอย่างเช่น ถุงพลาสติกที่เราเอาไว้ใส่ของที่ซื้อมา หลายครั้งเรามักทิ้งถุงพสาติกนั้นไป คุณอาจไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วถุงพสาติดถูกออกแบบมาให้มีความทนทานและใช้งานได้หลายครั้ง แต่เพราะด้วยราคาที่ถูกจึงมักมีการใช้แล้วทิ้งอย่างไม่เห็นคุณค่า ต่อไปเวลาเราไปซื้อของหรือจ่ายตลาดก็อย่าลืมพกถุงพสาติกไปด้วยหรืออาจใช้เป็นถุงผ้าที่ทั้งหน้าตาสวยงามและสามารถซักทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือแก้วพสาติกที่เราใส่เครื่องดื่มตามร้านค้าหรือร้านกาแฟ บางคนได้มาจากร้านนั้น ๆ ต่อเดือนเยอะมาก ขนาดที่ว่าหากเก็บสะสมอาจล้นทะลักบ้านได้ แก้วพสาติกแบบนี้ก็สิ้นเปลืองเช่นกัน แนะนำให้ลองเปลี่ยนมาเป็นกระติกแก้วส่วนตัวแบบพกพาดู เพราะบางร้านยินดีให้เราใช้แก้วส่วนตัวได้ ไม่แน่อาจจะได้ส่วนลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำให้ด้วย ตัวอย่างต่อมาคือการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศของโลก สร้างภาวะเรือนกระจกทำให้โลกร้อนขึ้น เมื่อในอากาศมีแต่คาร์บอนไดออกไซด์เยอะเกินไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเราซึ่งต้องหายใจโดยพึ่งพาก๊าซออกซิเจนเป็นหลัก และอาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย

มีคำกล่าวว่าทุกที่ที่คนเดินจะมีคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยออกมาเสมอ เนื่องจากกระบวนการหายใจของมนุษย์จะสูดออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายแล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แม้แต่การเดินทางโดยใช้ยานพาหนะ เครื่องยนตร์ก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการปรุงอาหาร กระบวนการผลิดตามโรงงานก็ปล่อยคาร์ไดออกไซด์ออกมาจำนวนมากเช่นกัน

โดยเราสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้โดยการลดการเดินทางโดยรถส่วนตัวหันมาใช้บริการสาธารณะมากขึ้น ไม่ใช้รถในการเดินทางระยะสั้นๆที่เราสามารถเดินไปเองได้ หรือบางทีในอนาคตเราอาจจะมีรถพลังงานไฟฟ้าให้ใช้ การได้เปลี่ยนจากพลังงานน้ำมันที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มาเป็นไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ จะช่วยให้โลกสะอาดปลอดมลพิษมากขึ้น

การช่วยโลกนั้นอีกนัยหนึ่งคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การใช้ชีวิตของมนุษย์เองด้วย แม้แต่ก่อนมนุษย์จะเคยใช้ชีวิตโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเพราะตอนนั้นธรรมชาติยังพอรับมือไหว แต่เมื่อประวัติศาสตร์ของมนุษย์มีช่วงระยะเวลายาวนานขึ้น การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติก็มากขึ้นตาม จนถึงระดับที่ธรรมชาติรับไม่ไหวกลายเป็นสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก เมื่อเราต้องพึ่งพาธรรมชาติแต่ธรรมชาติไม่จำเป็นต้องพึ่งเรา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพื่ออนาคตของเราและลูกหลานในอนาคต เรามาเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเรากันเถอะ 

ข่าวประชาสัมพันธ์

×

Table of Contents