โรงเรียนบ้านทุ่งศาลา

หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งศาลา ตำบล ป่าหวาย อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 720067

โรคหลอดเลือดสมอง อธิบายโรคหลอดเลือดในสมองและไม่ควรทำสิ่งนี้

โรคหลอดเลือดสมอง สัปดาห์นี้ 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการรักษาในแผนกประสาทวิทยามีอายุ 50 ถึง 60 ปี โรคหลอดเลือดสมองได้กลายเป็นโรคอันดับหนึ่ง ที่ทำให้คนทั่วไปเสียชีวิตในประเทศของเรา โรคหลอดเลือดสมองได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองตีบและภาวะเลือดออกในสมอง ความเข้าใจง่ายๆ คือ อย่างหนึ่งคือมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดสมอง

ซึ่งจะไปขวางหลอดเลือดสมองและอีกอย่างคือ เลือดออกในสมองเกิดจากการแตกของหลอดเลือดสมอง โรคทั้งสองนี้เรียกว่าโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าโรคหลอดเลือดสมองเหมือนกัน เมื่อจังหวะเพิ่งเกิดขึ้นประสิทธิภาพของผู้ป่วยโดยทั่วไปจะเหมือนกัน กล่าวคือผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบาย เช่น อัมพาตครึ่งซีก ความพิการทางสมอง อัมพาตครึ่งซีก อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ

โรคหลอดเลือดสมอง

หรืออาจเป็นเลือดออกในสมอง การไปโรงพยาบาลเพื่อทำซีทีสมองเท่านั้นที่สามารถวินิจฉัยได้ว่า เป็นเลือดออกหรือลิ่มเลือดอุดตัน เมื่อเราอายุมากขึ้นความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป คนรอบข้างเราจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แท้จริงแล้วอายุเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงสูง สำหรับโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น โรคหลอดเลือดสมองอาจเกิดขึ้นได้เมื่ออายุประมาณ 20 ปีหรือราว ๆ 80 ปี

แล้วสำหรับคนวัยกลางคน หลังจากอายุ 50 ปี ทราบชะตากรรมแล้ว ทางที่ดีควรกำจัดนิสัยเป็นอย่างไร ประการแรก ไม่เคยตรวจความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด เราต้องการหลีกเลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง กล่าวคือเพื่อขจัดสาเหตุที่แท้จริง หรือปัจจัยโน้มเอียงที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง หรือเพื่อลดความเสี่ยงต่างๆของโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ว่าจะเป็นภาวะกล้ามเนื้อสมองขาดเลือด หรือภาวะเลือดออกในสมอง

ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวานและไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักเรียกว่าระดับสูงสุด 3 ระดับ ส่วนใหญ่ในระยะแรกๆของช่วงครั้งที่ 3 เราไม่ได้รู้สึกอึดอัดคือ ไม่รู้สึกอะไร บางคนมักเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงมาหลายปี แต่ไม่พบจนขึ้นสมอง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนัก ด้วยหน้าตาที่งุนงงทำไมเธอถึงไม่รู้ล่ะว่าคุณมีความเสี่ยง

ปกติแล้วเราวัดความดันโลหิตกันไหม ตรวจน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือดโดยการเจาะเลือดหรือไม่ ไม่ว่าจะมีความเสี่ยงอย่างไม่สามารถรู้สึกได้แต่วัดได้ ดังนั้น หลังจากอายุ 50 ปีจะต้องตรวจสอบความดันโลหิตน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือด เพื่อไม่ให้ละเลยความเสี่ยงทั้งสามและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ประการที่สอง ไม่เคยตรวจร่างกาย ไม่รู้ว่าเป็นโรคเรื้อรังหรือไม่

การตรวจร่างกายไม่ใช่เพียงการตรวจความดันโลหิต น้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือด นี่คือพื้นฐานของการตรวจร่างกาย แม้อายุ 40 ปี ควรตรวจดู มี 2 ปัจจัยโดยตรงที่นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อสมองขาดเลือด หนึ่งคือการแตกของแผ่นโลหะในหลอดเลือด การก่อตัวของลิ่มเลือดอุดตัน ที่นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อสมองขาดเลือด อีกประการหนึ่งคือภาวะหัวใจห้องบน

การสร้างลิ่มเลือดอุดตันและการหลั่งของลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อในสมอง ดังนั้น หลังจากอายุ 50 ปี คุณต้องตรวจร่างกายต่อไปตรวจ ECG ทุกปี เพื่อดูว่ามีภาวะหัวใจห้องบนหรือไม่และทำอัลตราซาวนด์สีหลอดเลือดแดงแดงคาโรติดปีละครั้ง เพื่อดูว่ามีคราบจุลินทรีย์หรือไม่ หากจำเป็นต้องทำการรักษาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างต้น เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

ประการที่สามชีวิตยังประมาทเหมือนตอนเด็กๆ มีปัจจัยชีวิตหลายอย่างที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองในคนหนุ่มสาวเช่นกัน เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา โรคอ้วน การรับประทานอาหารและการดื่ม การไม่ออกกำลังกาย การนอนดึก ความเครียด ตอนอายุ 50 รู้ชะตาตัวเอง ช่วงนี้ต้องคิดหลายๆอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือร่างกาย เพราะฉะนั้นช่วงนี้ต้องเริ่มหัดรักษาสุขภาพ

การดูแลสุขภาพไม่ใช่ขวดหรือกระป๋อง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพเริ่มต้นด้วยชีวิต นั่นคือการกำจัดนิสัยการใช้ชีวิตที่ไม่แข็งแรงดังกล่าว และพัฒนานิสัยการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี นี้เป็นพื้นฐานสำหรับการป้องกันความเสี่ยงและยังเป็นพื้นฐาน สำหรับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ประการที่สี่ อย่าไปดูว่าป่วยอดทนไว้ ภาวะกล้ามเนื้อสมองขาดเลือดส่วนใหญ่เป็นแบบเฉียบพลัน และอาจไม่มีการเตือน

ส่วนใหญ่อาจมีการเตือน เช่น อาจมีขาและเท้าที่ไม่เอื้ออำนวยชั่วคราว แขนขาไม่สมดุล ปากและตาคด ลิ้นจะไม่งอและคำพูดไม่ชัดเจน ในเวลานี้ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ อย่าคิดว่าไม่เป็นไรหากแบกไว้แรงๆ ก็จะส่งผลร้ายแรงและเลวร้ายตามมา 50 เปอร์เซ็นต์ ของโรคหลอดเลือดสมองอาจมีอาการตามมา และบางรายอาจถึงแก่ชีวิต

ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคหลอดเลือดสมองแบบพิเศษ แม้ว่ายาจะพัฒนาต่อไป แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ทั้งหมด และยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลที่ตามมาของผู้ป่วยบางรายได้ โรคหลอดเลือดสมองนำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างมากต่อผู้ป่วยและครอบครัว การรักษา โรคหลอดเลือดสมอง ที่ดีที่สุดคือการป้องกันจริงๆ เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ถ้าไม่อยากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เลิก 4 นิสัยแย่ๆที่กล่าวมาข้างต้น

อ่านต่อได้ที่>>> การออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย